Forex คืออะไร

0
3354

Forex หรือเรียกสั้นๆ ว่า FX ย่อมาจาก Foreign Exchange คือ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ  ซึ่งจะมีการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินต่างๆ  ในตลาด Forex นั้นเทรดเดอร์จะขายสกุลเงินหนึ่งเพื่อซื้ออีกสกุลเงินหนึ่งหรือซื้อสกุลเงินหนึ่งเพื่อขายอีกสกุลเงินหนึ่ง  ตลาด Forex มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงมาก  มูลค่าที่ซื้อขายต่อวันเมื่อเดือนเมษายน 2556 สูงถึง 5.3 ล้านล้าน (trillion) เหรียญสหรัฐ ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่สูงขนาดนี้จึงทำให้ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าตลาดหุ้นทั้งโลกมารวมกัน

ตลาด Forex เปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์ – วันศุกร์ตลอด 24 ชั่วโมงและหยุดการซื้อขายในวันเสาร์อาทิตย์  ตลาดใหญ่ๆ ของโลกจะมีอยู่ 3 แห่งก็คือ ตลาดโตเกียว ตลาดลอนดอน และตลาดนิวยอร์ค  ซึ่งเวลาทำการเมื่อเทียบกับเวลาของประเทศไทยก็จะเป็นดังนี้ (ถ้าอยู่ในช่วงฤดูหนาวก็ให้เพิ่มอีก 1 ชั่วโมง)

  • ตลาดออสเตรเลีย (AUD) เวลา 5:00 น. – 13:00 น.
  • ตลาดญี่ปุ่น (JPY) เวลา 7:00 น. – 14:00 น.
  • ตลาดยุโรป (EUR) เวลา 13:00 น. – 21:00 น.
  • ตลาดสวิส (CHF) เวลา 13:00 น. – 21:00 น.
  • ตลาดอังกฤษ (GBP) เวลา 14:00 น. – 22:00 น.
  • ตลาดอเมริกา (USD) เวลา 19.00 น. – 3:00 น.

* ตามเวลาในประเทศไทยตลาด Forex จะเปิดตั้งแต่จันทร์เวลา 5.00 น. – วันเสาร์เวลา 4.00 น.

จุดเด่นของตลาด Forex

ตลาด Forex เป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาช่องทางหรือตลาดใหม่ๆ ในการลงทุน  ทั้งเป็นตลาดหลักในการลงทุนหรือเพื่อกระจายความเสี่ยงของเงินลงทุนไปลงทุนในหลายๆ แหล่ง  ส่วนข้อได้เปรียบและจุดเด่นของตลาด Forex มีดังนี้

  • Forex เป็นตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงมาก (5.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน) จึงไม่มีใครสามารถปั่นราคาในตลาด Forex ได้
  • สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง (ในตลาดหุ้นคุณสามารถทำกำไรได้เฉพาะขาขึ้นเท่านั้น)
  • คุณสามารถซื้อขายได้ 24 ช.ม. ทุกวัน (ตลอดทั้งวันทั้งคืน) ตั้งแต่วันจันทร์ – วันศุกร์
  • สามารถซื้อขายได้ทางออนไลน์ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดบนโลกใบนี้
  • เปิดบัญชีได้ง่ายจากที่บ้านผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยใช้เวลาไม่กี่นาทีก็สามารถเปิดบัญชีได้พร้อมเทรด
  • สามารถเริ่มลงทุนด้วยเงินเริ่มต้นเพียง $1 หรือประมาณ 30 บาท

แล้วในตลาด Forex เขาซื้อขายอะไรกัน

สิ่งที่ซื้อขายกันในตลาด Forex ก็คือสกุลเงินต่างๆ โดยการขายสกุลเงินหนึ่งเพื่อซื้ออีกสกุลเงินหนึ่งหรือซื้อสกุลเงินหนึ่งเพื่อขายอีกสกุลเงินหนึ่ง สกุลเงินหลักๆ ที่ทำการซื้อขายกันในตลาด Forex นั้นจะมีอยู่ 7 สกุลเงินดังนี้

  • USD (ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา)
  • GPB (ปอนด์)
  • EUR (ยูโร)
  • JPY (เยน)
  • CAD (ดอลลาร์แคนาดา)
  • AUD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย)
  • CHF (สวิสฟรังค์)

การซื้อขายสกุลเงินในตลาด Forex นั้นจะทำการซื้อขายกันเป็นคู่เสมอ (Currency Pair) ซึ่งคู่ของสกุลเงินหลักหรือที่เรียกว่า Major นั้น มีอยู่ด้วยกัน 4 สกุลเงินดังนี้

  • EUR/USD (ยูโร / ดอลลาร์สหรัฐ)
  • GBP/USD (ปอนด์ / ดอลลาร์สหรัฐ)
  • USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ / สวิสฟรังค์)
  • USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ / เยน)

สกุลเงินที่อยู่ข้างหน้าจะเรียกว่า Base Currency และตัวหลังเรียกว่า Counter Currency

เช่นคู่สกุลเงิน EUR/USD  จะมี EUR เป็น Base Currency และ USD เป็น Counter Currency  สำหรับความหมายนั้นคุณสามารถจำแบบง่ายๆ ว่าตัว Base Currency จะมีค่าเป็น 1 เสมอ

ตัวอย่าง  หากราคาของสกุลเงินคู่ EUR/USD  เท่ากับ 1.1200  ก็จะหมายความว่า 1 ยูโรจะมีค่าเท่ากับ 1.12 ดอลลาร์สหรัฐ  หรือก็คือเราต้องใช้เงินจำนวน 1.12 ดอลล่าสหรัฐ เพื่อนำไปแลกให้ได้เงินยูโรมาจำนวน 1 ยูโร

การซื้อขายค่าเงิน (เทรด Forex) จะคล้ายกับการซื้อขายหุ้น เทรดเดอร์จะซื้อหุ้นถ้าพวกเขาคิดว่าราคาของมันจะเพิ่มขึ้นในอนาคต และจะขายหุ้นหากหุ้นขึ้นจนพวกเขาได้กำไร  ในทำนองเดียวกันกับการซื้อขายค่าเงินในตลาด Forex เทรดเดอร์จะซื้อคู่สกุลเงิน (Buy) ถ้าพวกเขาคาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะเพิ่มขึ้นในอนาคตและจะขายคู่สกุลเงิน (Sell หรือ Short) ถ้าพวกเขาคาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะลดลง

สำหรับการซื้อ-ขายเงินตราเหล่านี้เทรดเดอร์จะสั่งซื้อเงินสกุลหนึ่งเพื่อแลกกับเงินอีกสกุลหนึ่ง

ยกตัวอย่างคู่สกุลเงิน EUR/USD

  • เปิดออเดอร์ Buy หากคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะลดลงเมื่อเทียบกับเงินยูโร (กราฟจะเป็นขาขึ้น)  ในสถานการณ์เช่นนี้เทรดเดอร์จะเปิดออเดอร์ Buy คู่สกุลเงิน EUR/USD (เปรียบเหมือนเทรดเดอร์ขายเงินดอลลาร์สหรัฐและซื้อเงินยูโรเก็บไว้)  เมื่อเงินยูโรแข็งค่าขึ้นจนเทรดเดอร์ได้กำไรตามที่ต้องการแล้วเทรดเดอร์ก็จะปิดออเดอร์ที่เปิด Buy คู่ EUR/USD ไว้ (เปรียบเหมือนเทรดเดอร์ขายเงินยูโรแล้วซื้อเงินดอลลาร์กลับมา)   ซึ่งจะทำให้เทรดเดอร์ได้กำไรเพิ่มเงินเข้าในบัญชี
  • เปิดออเดอร์ Short หรือ Sell หากคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโร (กราฟจะเป็นขาลง)  ในสถานการณ์เช่นนี้เทรดเดอร์จะเปิดออเดอร์ Short หรือ Sell คู่สกุลเงิน EUR/USD (เปรียบเหมือนเทรดเดอร์ขายเงินยูโรและซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐเก็บไว้)  เมื่อเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจนเทรดเดอร์ได้กำไรตามที่ต้องการแล้วเทรดเดอร์ก็จะปิดออเดอร์ที่เปิด Short หรือ Sell คู่ EUR/USD ไว้ (เปรียบเหมือนเทรดเดอร์ขายเงินดอลลาร์สหรัฐแล้วซื้อเงินยูโรกลับมา)   ซึ่งจะทำให้เทรดเดอร์ได้กำไรเพิ่มเงินเข้าในบัญชี

ใครเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมซื้อขายในตลาด Forex

กลุ่มผู้ที่มีส่วนร่วมในการซื้อขายในตลาด Forex นั้นจะมีผู้เล่นที่แตกต่างกันจำนวนมาก ในตลาด Forex มีทั้งที่ซื้อขายเพื่อทำกำไร บางคนค้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงและบางคนต้องการซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ
ในอดีตนั้น ตลาดสกุลเงินสามารถเข้าถึงได้เพียงสถาบันการเงินขนาดใหญ่และบุคคลที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น มีการใช้แพลตฟอร์มการเทรดผ่านทางออนไลน์ ทำให้นักลงทุนทุกระดับสามารถเข้าถึงตลาด Forex และสามารถทำการซื้อขายสกุลเงินในตลาด Forex ได้จากทุกที่ในโลก กลุ่มผู้ที่มีส่วนร่วมหลักๆ บางส่วนในการซื้อขายในตลาด Forex มีดังนี้

  • ธนาคารกลางของรัฐบาล
  • ธนาคารพาณิชย์
  • ธนาคารเพื่อการลงทุน
  • กองทุนป้องกันความเสี่ยง
    องค์กรระหว่างประเทศ
  • โบรกเกอร์และตัวแทนจำหน่าย
  • บริษัทประกันภัย
  • บุคคลทั่วไป

แล้วหากเราต้องการที่จะเริ่มเทรด Forex ล่ะต้องทำอย่างไร

ขั้นตอนแรกคุณจะต้องทำการเลือกโบรกเกอร์ Forex ก่อน  โบรกเกอร์ Forex ให้การเข้าถึงตลาด Forex แก่นักลงทุนรายย่อยทุกขนาดผ่านทางแพลตฟอร์มการเทรดออนไลน์  โบรกเกอร์จะทำหน้าที่เป็นทางผ่านให้กับนักลงทุน  เพื่อให้นักลงทุนเทรดคู่สกุลเงินในตลาด Forex ได้อย่างสะดวกสบายจากทุกที่บนโลกใบนี้  ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์ก็จะมีข้อดีและจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น ค่าธรรมเนียมซื้อขาย  ความเร็วในการเปิดออเดอร์ซื้อขาย  ความสะดวกและปลอดภัยในการฝากถอนเงิน การบริการลูกค้าและอื่นๆ สามารถเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่เหมาะกับคุณได้ที่นี่

บทความต่อไป  โบรกเกอร์ Forex ทำหน้าที่อะไรแล้วมีกี่ประเภท